หน้าแรก การนำเข้าสินค้า

ผู้อำนวยการสำนัก

ป้ายโฆษณา
นางชลิดา พันธ์กระวี
ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ปฏิทิน

<<  พฤษจิกายน 2014  >>
 อา  จ.  อ.  พ.  พฤ  ศ.  ส. 
        1
  2  3  4  5  6  7  8
  9101112131415
16171819202122
23242526272829
30      

นาฬิกา

ป้ายโฆษณา

พิธีการศุลกากรไปรษณีย์ พิมพ์ อีเมล


พิธีการศุลกากรไปรษณีย์


   
  เนื้อหา
  1. ประเภทสิ่งของส่งทางไปรษณีย์
  2. เอกสารที่ต้องใช้ในการขอรับสิ่งของทางด่านศุลกากรไปรษณีย์
  3. ขั้นตอนการผ่านพิธีการเพื่อรับสิ่งของ โดยการชำระอากรปากระวาง (ในกรณีที่สิ่งของนั้นมีราคาไม่เกิน 20,000 บาท)
  4. กรณีของที่ถูกกัก
  5. การส่งคืนสิ่งของทางไปรษณีย์
  6. การปฏิบัติพิธีการใบขนสินค้าขาเข้า
  7. การส่งของออกทางไปรษณีย์
   

 

 

1. ประเภทสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ 


สิ่งของส่งทางไปรษณีย์จากต่างประเทศ เมื่อนำเข้ามาในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะทำการตรวจคัดเพื่อแยกสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ

กลุ่มที่ 1 สิ่งของส่งทางไปรษณีย์ที่แต่ละหีบห่อมีราคาไม่เกิน 1,000 บาท หรือสิ่งของนั้นเป็นตัวอย่างสินค้าที่ใช้ได้แต่เพียงเป็นตัวอย่างและไม่มีราคาทางการค้า จะได้รับการยกเว้นอากร โดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรจะส่งมอบคืนให้การสื่อสารแห่งประเทศไทย เพื่อไปจัดจ่ายแก่ผู้รับต่อไป

กลุ่มที่ 2 สิ่งของส่งทางไปรษณีย์ที่เป็นของใช้ส่วนตัว ของขวัญหรือของตัวอย่างที่ไม่มีลักษณะเป็นสินค้าในทางการค้า ซึ่งส่งจากผู้ส่งคนหนึ่งถึงผู้รับคนหนึ่งในคราวเดียวกันหรือเข้ามาถึงพร้อมกัน ไม่ว่าจะมีจำนวนกี่หีบห่อ หากมีราคาไม่เกิน 20,000 บาท ทั้งนี้โดยไม่จำกัดว่าค่าอากรที่ต้องชำระจะเป็นจำนวนเงินเท่าใด เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะทำการประเมินราคาและอากร ส่งมอบต่อการสื่อสารแห่งประเทศไทย เพื่อส่งมอบให้ผู้รับและเรียกเก็บอากรแทน

กลุ่มที่3 สิ่งของส่งทางไปรษณีย์ กรณีอื่น ๆ นอกจากกลุ่มที่1 และ 2 ซึ่งถือเป็นสินค้า เจ้าหน้าที่ศุลกากรที่ทำการตรวจคัด จะส่งมอบคืนให้การสื่อแห่งประเทศไทย เพื่อส่งมอบเข้าเก็บในคลังสินค้าของด่านศุลกากรไปรษณีย์ เพื่อรอผู้รับมารับสินค้าต่อไป

สำหรับสินค้ากลุ่มที่ 2 เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะเปิดหีบห่อ โดยมีเจ้าหน้าที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยเป็นพยานร่วมรู้เห็นในการเปิดตรวจนี้ จากนั้นทำการตรวจและประเมินอากรต่อเจ้าหน้าที่การสื่อสารแห่งประเทศไทย เจ้าหน้าที่การสื่อสารฯ จะคาดเทปกาวพลาสติกปิดรอยเปิดหรือรอยฉีกขาดจนแน่นหนามั่นคงแล้วประทับตราได้ผ่านการตรวจจากศุลกากรแล้วมอบให้เจ้าหน้าที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยเพื่อเรียกเก็บอากรแทนต่อไป

หากผู้รับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์จะโต้แย้งการประเมินอากรใด ๆ ให้ทำเรื่องราวเป็นลายลักษณ์อักษรยื่นต่อนายด่านศุลกากรไปรษณีย์ จะได้ส่งต่อไปยังเจ้าหน้าที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยเพื่อจัดการเกี่ยวกับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์นั้น กลับมาดำเนินการต่อไปตามคำร้องของผู้รับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์นั้น ๆ (หมายเหตุ – ผู้รับจะต้องไม่รับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์นั้นและแจ้งกับเจ้าหน้าที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยว่าจะทำการโต้แย้งราคา)

กรณีสิ่งของประเมินภาษีอากรแล้ว ถ้าผู้รับต้องการใบกำกับภาษี โปรดนำใบเสร็จรับเงินพร้อมแนบสำเนาใบแจ้งของการสื่อสารแห่งประเทศไทย ไปติดต่อ ณ ด่านศุลกากรไปรษณีย์

สำหรับสินค้ากลุ่มที่ 3 เจ้าหน้าที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยจะออกใบแจ้งให้ไปรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ต่างประเทศ เพื่อให้ผู้รับไปปฏิบัติพิธีการ ณ. ด่านศุลกากรไปรษณีย์ หรือด่านศุลกากรในต่างจังหวัดที่ใกล้เคียงกับผู้รับที่สุด

สำหรับสินค้าประเภทที่ 2 ที่เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดตรวจแล้ว เมื่อเจ้าหน้าที่เห็นว่าการประเมินอากรไปจะเป็นปัญหาโต้เถียงกัน ทำให้ยุ่งยากแก่การแก้ไขภายหลังหรือของที่ต้องทำใบขนสินค้าหรือ ต้องทำพิธีการอย่างอื่นหรือของต้องห้าม ต้องกำกัด ก็ให้คัดออกมารวมกับประเภทที่ 3 ที่นำมาเก็บรักษาและจ่ายทางศุลกากร

 

2. เอกสารที่ต้องใช้ในการขอรับสิ่งของทางด่านศุลกากรไปรษณีย์


ก. เอกสารที่จะต้องนำมาใช้ในการผ่านพิธีการ กรณีขอรับส่งของด้วยตนเอง
1.ใบแจ้งให้ไปรับสิ่งของทางไปรษณีย์ต่างประเทศ

2.บัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับที่มีชื่ออยู่ตามใบแจ้งหรือบัตรที่ทางราชการออกให้

ข. กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นขอรับสิ่งของแทน

1.ใบแจ้งให้ไปรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ต่างประเทศโดยผู้มอบอำนาจจะต้องกรอกรายละเอียดการมอบอำนาจด้านหลังใบแจ้งพร้อมเซ็นชื่อกำกับ

2. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ

3. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ

ค. กรณีผู้รับสิ่งของเป็นนิติบุคคลเช่น บริษัท ห้างฯ ร้าน

1. ใบแจ้งให้ไปรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ต่างประเทศ

2. บัตรเจ้าของหรือบัตรผู้จัดการหรือบัตรผู้รับมอบอำนาจหรือบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนามในเอกสารผูกพันนิติบุคคลนั้น ๆ

3. หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท ห้าง ฯ ร้าน (สำเนา)

4. ใบทะเบียนการค้า (สำเนา)

5. ผู้มีอำนาจต้องลงนามพร้อมประทับตราบริษัท ฯ ลงในด้านหลังใบแจ้งให้ไปรับ สิ่งของส่งทางไปรษณีย์ต่างประเทศ

หมายเหตุ ผู้รับมอบอำนาจ จะมอบอำนาจต่อให้แก่บุคคลที่สามไม่ได้

 

3. ขั้นตอนการผ่านพิธีการเพื่อรับสิ่งของ โดยการชำระอากรปากระวาง (ในกรณีที่สิ่งของนั้นมีราคาไม่เกิน 20,000 บาท)


3.1 ยื่นใบแจ้งฯ พร้อมเอกสารประกอบที่โต๊ะหมายเลข 1 เพื่อตรวจสอบเอกสารพร้อมกับรับ แบบ 503 และใบกำกับสินค้าด่านศุลกากรไปรษณีย์ เพื่อให้ผู้นำเข้ากรอกรายละเอียด

3.2 ยื่นใบแจ้งพร้อมเอกสารประกอบที่โต๊ะหมายเลข 2,3หรือ4 เพื่อตัดบัญชีกำกับไปรษณีย์ภัณฑ์ และตรวจสอบราคาสิ่งของที่สำแดงไว้ข้างหีบห่อ ถ้ามีราคาเกิน 20,000 บาท ผู้รับ สิ่งของต้องจัดทำใบขนสินค้าขาเข้า ถ้าราคาไม่เกินให้ผ่านพิธีการในขั้นตอนต่อไป

3.3 ยื่นใบแจ้งพร้อมเอกสารทั้งหมดที่โต๊ะหมายเลข 5 เพื่อกำหนดช่องตรวจ และชื่อนายตรวจ ผู้รับสิ่งของรอรับแบบ 503 คืนพร้อมไปรอรับการตรวจสินค้า ณ. ช่องนายตรวจที่กำหนดไว้ในแบบ 503 จนกว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเก็บรักษาจะจัดส่งห่อพัสดุลงมาจากคลังศุลกากรให้นายตรวจ

3.4 เมื่อนายตรวจได้รับห่อพัสดุแล้วจะแจ้งให้ผู้รับสิ่งของเปิดห่อพัสดุด้วยตนเอง และบันทึก รายการสิ่งของที่ตรวจพบลงในใบแจ้งพร้อมลงนามกำกับ เพื่อส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ประเมินราคา ประเมินราคา อากรและค่าธรรมเนียมการเก็บรักษาของในคลังสินค้าศุลกากร (ถ้ามี) ที่ต้องชำระลงในใบแจ้ง พร้อมลงนามกำกับ จากนั้นนายตรวจจะเรียกเก็บค่าภาษีพร้อมออกใบเสร็จรับเงิน และกรอกรายละเอียดลงในใบกำกับสินค้า พร้อมส่งมอบสินค้าให้ผู้รับ

3.5 ผู้รับสิ่งของต้องนำหีบห่อสิ่งของที่ผ่านการตรวจปล่อยแล้ว พร้อมต้นฉบับใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับสินค้า แสดงต่อเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยตรวจสอบบริเวณประตูทางออกของด่านฯ ตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถนำของออกไปจากด่านฯ ได้

หมายเหตุ – ในขั้นตอนที่ 4 ถ้าสิ่งของรายใดเจ้าหน้าที่นายตรวจหรือเจ้าหน้าที่ประเมินอากรมีข้อสงสัย อาจจัดส่งตัวอย่างของนั้นให้กับหน่วยงานวิเคราะห์ประจำด่านฯ หรือกรณีเป็นสิ่งของที่ต้องมี ใบอนุญาตจาก อย.หรือสินค้าทางการเกษตร ก็จะส่งให้เจ้าหน้าที่ อย.หรือเจ้าหน้าที่กักกันพืชประจำด่านฯ ตรวจสอบก่อน

 

4. กรณีของที่ถูกกัก


กรณีสิ่งของส่งทางไปรษณีย์เมื่อผ่านพิธีการแล้วถูกกัก ไม่สามารถรับของให้เรียบร้อยได้ภายในวันเดียว อาจจะมีสาเหตุต่าง ๆ ที่เจ้าหน้าที่จะต้องกักของไว้ดำเนินการในวันต่อไป สาเหตุที่ของจะต้องถูกกักมีดังนี้

4.1 ผู้รับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์นำเงินมาไม่พอชำระค่าภาษีอากร

4.2 สิ่งของมีปัญหาด้านราคา/หรือพิกัดฯ หรือรายละเอียดของสินค้า เจ้าหน้าที่อาจสั่งกักเพื่อรอเอกสารจากผู้รับฯ นำมาประกอบการ พิจารณา

4.3 สิ่งของนั้นเป็นของต้องมีใบอนุญาตนำเข้าหรือเป็นสินค้าที่ควบคุมการนำเข้า โดยที่ผู้รับสิ่งของไม่มีใบอนุญาตมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่

ในกรณีที่ของถูกกักไว้ผู้นำเข้าจะต้องติดต่อด่านศุลกากรไปรษณีย์ เพื่อนำเอกสารมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ และชำระค่าภาษีอากรหรือดำเนินการใด ๆ ให้ถูกต้องครบถ้วน ภายในกำหนดระยะเวลา 2 เดือน 15 วัน นับจากวันนำของเข้า หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ด่านศุลกากรไปรษณีย์จะดำเนินการกับพัสดุที่กักไว้ตามกฎหมายศุลกากรต่อไป

 

5. การส่งคืนสิ่งของส่งทางไปรษณีย์


5.1 สิ่งของส่งทางไปรษณีย์ที่อยู่ที่ด่านศุลกากรไปรษณีย์ครบกำหนด 30 วัน โดยไม่มีผู้รับมาดำเนินการพิธีการแล้ว ด่านศุลกากรไปรษณีย์จะจัดการคืนสิ่งของส่งทางไปรษณีย์นั้น ให้แก่เจ้าหน้าที่ การสื่อสารแห่งประเทศไทย เพื่อส่งคืนต้นทางในต่างประเทศต่อไปในกรณีที่มีผู้มาขอรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ที่เกิน 30 วันแล้ว และสิ่งของนั้นยังไม่ได้ส่งคืนต้นทาง เจ้าหน้าที่การสื่อสารจะส่งสินค้านั้นมาให้ด่านศุลกากรไปรษณีย์อีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามผู้นำเข้าร้องขอ

5.2สิ่งของส่งทางไปรษณีย์ที่อยู่ที่ด่านศุลกากรไปรษณีย์ที่มีผู้รับมาดำเนินการพิธีการแล้วมีความประสงค์จะส่งคืนไปยังต้นทางในต่างประเทศจะต้องดำเนินพิธีการจัดทำใบขนสินค้าขาเข้าและขาออก การดำเนินการในกรณีนี้ได้ สินค้านั้นต้องไม่เป็นของต้องห้าม หรือของต้องมีใบอนุญาตยกเว้นมีใบอนุญาตนำเข้ามาแสดง

5.3 สิ่งของส่งทางไปรษณีย์รายใดบรรจุของต้องห้าม ต้องมีใบอนุญาต เช่น อาวุธปืน เป็นต้น แม้จะตกค้างอยู่ที่ด่านศุลกากรไปรษณีย์ภัณฑ์เกินกว่า 1 เดือน เจ้าหน้าที่ศุลกากรสามารถยึดหรือกักไว้ เพื่อดำเนินการตามอำนาจและหน้าที่ที่มีอยู่ ไม่ต้องส่งคืนให้เจ้าหน้าที่การสื่อสารฯ

 

6. การปฏิบัติพิธีการใบขนสินค้าขาเข้า


การตรวจปล่อยสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ที่ไม่สามารถตรวจปล่อยโดยปากระวางได้ เช่น ของมีราคาเกิน 20,000 บาท รวมทั้งของต้องมีใบอนุญาตประเภทอาวุธปืน และสิ่งเทียมอาวุธปืน นั้น ต้องตรวจปล่อยโดยการใช้ใบขนสินค้าขาเข้าธรรมดาครบชุดผ่านการตรวจสอบประเมินราคาจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายพิธีการและประเมินอากร

 

7. การส่งของออกทางไปรษณีย์


การฝากส่งสิ่งของทางไปรษณีย์ไปต่างประเทศสามารถกระทำได้ ณ. ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขทุกแห่งตามระเบียบข้อบังคับของการสื่อสารแห่งประเทศไทย โดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบของพนักงานศุลกากรก่อนภายใต้บังคับของเงื่อนไขต่อไปนี้

1. สิ่งของนั้น ไม่เป็นของต้องห้ามในการส่งออก

2. สิ่งของนั้น ไม่เป็นของต้องมีใบอนุญาตในการส่งออก

3. สิ่งของนั้น ไม่เป็นของต้องเสียอากรขาออกหรือค่าภาคหลวง

4. สิ่งของนั้น ไม่ว่าจะบรรจุมีจำนวนที่หีบห่อ แต่มีราคารวมกันในการส่งออกคราวหนึ่งไม่เกิน 10,000 บาท สำหรับสิ่งของทั่วไป หรือมีราคาไม่เกิน 5,000 บาท สำหรับเพชรพลอย เครื่องรูปพรรณทองคำ และเครื่องรูปพรรณทองคำขาว

5. การส่งออกนั้น ไม่ใช่การส่งออกที่ขอคืนอากรหรือขอรับเงินชดเชยค่าภาษี

6. การส่งออกนั้น ไม่ใช่การส่งออกที่ขอรับใบสุทธิสำหรับการนำกลับเข้ามา

สำหรับสิ่งของส่งออกทางไปรษณีย์ที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขข้อ 1-6 จะต้องปฏิบัติโดยใช้ใบขนสินค้าขาออกครบชุด ผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ศุลกากร

กลับข้างบน

 

ที่มา www.customs.go.th

 

 
Valid XHTML and CSS.